วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

หอมกลิ่นสัตตบรรณ


คุณรู้จักกลิ่นดีแค่ไหนถ้าไม่แน่ใจก็อย่าริลอง
เรื่องสั้นเชิงสัญลักษณ์ สำหรับคนที่กำลังค้นหาความหมาย ชีวิต
ชีวิตเป็นเส้นทางปริศนา ถ้าคุณไม่เข้าใจมันก็ บรรลัย



หอมกลิ่นสัตตบรรณ


ดอกสัตตบรรณหาได้งดงามสะดุดตา หรือมีกลิ่นชวนน่าหลงใหลแต่อย่างใด ในช่วงฤดูหนาวประจำทุกปี ดอกไม้ชนิดนี้จะทยอยผลิบานและส่งกลิ่นฉุนลี้ลับรุนแรง หากใครสูดดมอย่างกระหน่ำ อารมณ์อาจดำดิ่งสู่ห้วงฝัน แยกไม่ออกว่าเหม็น หรือหอม แต่ด้วยสัตตบรรณเป็นเพียงต้นไม้ชนิดเดียวในชุมชน "ดรีมซิตี้" ที่ผลิดอกให้ผู้คนได้ชื่นชม เมื่อลมหนาวพัดผ่านมา บริเวณลานสัตตบรรณกลางชุมชนจึงอัดแน่นไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ รวมทั้งเป็นจุดนัดพบที่มีหลากหลายเรื่องราว และทุกๆ ปี ตลอดช่วงดอกสัตตบรรณผลิบานในเวลาอันสั้นนั้น ชาวชุมชนต่างแข่งกันสูดอัดกลิ่นที่เต็มไปด้วยความแปลกลี้ลับใส่ไว้ในห้วงจินตนาการอย่างบ้าคลั่ง ราวกับตกอยู่ในเวทมนตร์
"ดรีมซิตี้" คือความฝันของหนุ่มสาวนักธุรกิจเลือดใหม่ชาวไทยร่วมกับชาวต่างชาติ ที่ต้องการเนรมิตชุมชนรกร้างชานกรุงฯให้กลายเป็นศูนย์รวมความเจริญครบครัน ทั้งด้านที่พักอาศัย เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงมีศูนย์การแสดงสินค้าขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนักธุรกิจนานาชาติ สร้างเวทีคอนเสิร์ตอันโอ่อ่าจัดไว้รองรับศิลปินจากทั่วทุกมุมโลก คอนโดห้องชุดหลากสีสันทะยานเหยียดฟ้าแข่งกับโรงแรมระดับหรูเต็มพื้นที่โครงการ ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกประโคมนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ไม่เว้นแต่ละวัน...ประตูชัยสู่เส้นทางอาเซียน ....ฝันที่เป็นจริงแห่งโลกไร้พรหมแดน...และหลากหลายคำขวัญที่สรรหามาเชิญชวน
หลังจากโครงการสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง เหล่านักลงทุนหลากหลายระดับทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างแห่แหนเข้ามาอาศัยและทำธุรกิจ จากคอนโดที่พักอาศัยถูกดัดแปลงเป็นห้องพักรายวัน รายเดือน บ้างก็ซื้อมาขายไป แข่งกันขึ้นราคาเก็งกำไรกันสุดเมามัน พื้นที่ทุกตารางนิ้วภายในโครงการถูกจัดสรรเป็นตลาด ห้างร้าน บ่อนคาสิโน สถานบันเทิงเริงรมย์หลากหลายรูปแบบ รวมทั้งสำนักงานน้อยใหญ่ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แม้แต่บริเวณทางเท้ายังถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ให้เช่าเพื่อจำหน่ายสินค้าทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี
ในความศิวิไลซ์ที่เย้ายวนคล้ายกลิ่นลี้ลับจากดอกสัตตบรรณยามแรกแย้มนั้น ชุมชนแห่งนี้ถ้ามองผิวเผินอาจเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นดังเมืองในฝันตามชื่อ “ดรีมซิตี้” เป็นผู้นำความเจริญระดับแถวหน้าของประเทศ และเป็นจุดศูนย์รวมความทันสมัยด้านต่างๆ แห่งเอเชีย แต่อีกด้านคล้ายถูกเนรมิตขึ้นจากมนต์ดำซาตาน เสนอทางเลือกมากมายให้ผู้ชื่นชอบทดลองชีวิตรูปแบบแปลกๆ นักธุรกิจ นักแสวงโชคทั้งชาวไทยและต่างชาติ ผู้ค้นหาความหมายชีวิต รวมทั้งคนพเนจรต่างตื่นเต้นกับข้อเสนอ จึงดิ้นรนเข้ามาสัมผัสด้วยความอยากรู้อยากลอง เพราะที่นี่คือ เมืองในฝันแห่งโลกยุคใหม่ทุกชีวิตสามารถก้าวเดินตามท่วงทำนองเพลงอิสระแห่งตน ตราบเท่าที่กิเลส ตัณหา และจินตนาการของพวกเขาจะบรรเลงถึง...
 “สุดา ช่างฝัน” สาวยุคไฮเทควัยยี่สิบต้นๆ หลังเรียนจบมหาวิทยาลัยจากต่างจังหวัดได้ย้ายเข้ามาอาศัยในชุมชน “ดรีมซิตี้” ตามข่าวประชาสัมพันธ์เช่นเดียวกับ “มาร์ค พเนจร” ที่ตัดสินใจทิ้งอเมริกามาแสวงหาความสำราญในบั้นปลายชีวิตที่เมืองไทย  และอีกหลากหลายชีวิตต่างพากันสะพายเป้แห่งความหวังมาเต็มพิกัด ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีทันสมัย ประตูโอกาสที่เปิดกว้างบวกกับค่าครองชีพซึ่งไม่สูงนัก เป็นเสมือนแม่เหล็กทรงอานุภาพดึงดูดจิตวิญญาณเหล่านักล่าฝันให้ดิ้นรนเข้ามาค้นหาจุดหมายชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตาย
วินาทีแรกที่ก้าวย่างสู่ชุมชุน ความหวังสุดาก็ไม่แตกต่างจากนักแสวงโชครายอื่นๆ เส้นทางสู่ความร่ำรวย  ความสุขสบายทำให้หญิงสาวตัดสินใจขายที่ดินซึ่งเป็นมรดกของครอบครัวแล้วนำเงินไปลงทุนเปิดร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้ลานสัตตบรรณที่ตนอาศัย ระยะแรกกิจการเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่หลังจากนั้นไม่นานคนอื่นๆ ต่างพากันแห่เปิดร้านกาแฟแข่งกันเป็นทิวแถว เมื่อกิจการเริ่มซบเซารายได้ลดลง สุดาจึงตัดสินใจเซ้งร้านหันไปขายเสื้อผ้ากระสอบจากโรงเกลือ ซึ่งผลออกมาก็คล้ายกับการทำธุรกิจร้านกาแฟ ขายไปขายมาแทนที่จะเหลือเงินเก็บแต่กลับต้องไปหยิบยืมเงินนอกระบบมาเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนในแต่ละวัน
ชีวิตที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในชุมชนซึ่งกำลังเติบโตสู่เส้นทางอาเซียนแห่งนี้ ทำให้สุดาและคนอื่นๆ ต่างต่อสู้แข่งขันกันอย่างดุเดือด สำหรับคนมีเงินทุนติดตัวไม่มากก็ไม่ต่างจากปลาตัวเล็กๆ ที่อาจตาย หรือหายสาบสูญไปจากวงจรธุรกิจได้ทุกเสี้ยววินาที เงินที่หาได้แต่ละบาทหมดไปกับค่าเช่าร้าน เช่าห้อง ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอื่นๆ จิปาถะ จากความคิดจะค้นพบชีวิตที่ดีกว่า แต่ความฝันของคนตัวเล็กๆ มักจะเดินสวนทางกับความจริงเสมอ
จากนั้นไม่นาน สุดาบังเอิญพบกับ “มาร์ค พเนจร” ชาวอเมริกันวัยเกษียณที่เข้ามาพักอาศัยในชุมชน บทเพลงแห่งรักระหว่างพวกเขาจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยท่วงทำนองอันเร้าใจ มีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด และอาจเป็นไปได้ว่าปีนั้นดอกสัตตบรรณส่งกลิ่นรุนแรงกว่าทุกๆ ปี จึงทำให้ทั้งคู่จมดิ่งสู่ห้วงแห่งกลิ่นที่เหมือนมีเวทมนตร์จนยากจะถอนตัว
เฒ่ามาร์คอายุห่างจากสุดาถึงสามสิบกว่าปี ซึ่งเป็นเรื่องน่าขบขันที่เพื่อนๆ ในชุมชนต่างเห็นพ้องสนับสนุน แม้ฝ่ายชายจะเจ้าชู้ และเกลือกกลั้วอบายมุขเกือบทุกประเภท แต่เพราะเงินบำนาญในกระเป๋าของเฒ่าพเนจรได้ส่งกลิ่นหอมดึงดูดทั้งสาวน้อย สาวใหญ่ และแม่หม้ายทั้งหลายในชุมชนให้เข้ามาตีสนิท รวมทั้งสุดา
“มาร์ค พเนจร” เป็นคนรูปร่างสูงใหญ่อย่างชาวอเมริกันทั่วไป จมูกโด่งจนแหลมงุ้มงอ มองคล้ายจมูกพ่อมดในนิทานหลอกเด็ก ฟันทุกซี่ในปากต่างถอนสายบัวอำลาไปนานหลายปี แกเลยต้องใช้ฟันปลอมสวมอำพรางเพื่อสร้างภาพลักษณ์ เวลาออกจากห้องทรงผมต้องเรียบแปล้ กลิ่นกายต้องชโลมด้วยน้ำหอมสั่งตรงจากฝรั่งเศสเท่านั้น แต่งตัวแบบผู้ดีชาวอังกฤษ เดินอาดๆ อวดพุงพุ้ยวางอำนาจตามแบบฉบับชาวอเมริกัน ว่ากันว่าเฒ่ามาร์คเป็นคนปากหวาน เห็นใครเดินผ่านเป็นต้องทักทายขอเบอร์โทรไม่เลือกหน้า พอตกดึกเสือเฒ่าทำตัวราวกับผีเสื้อยามราตรี กางปีกที่เต็มไปด้วยกลิ่นหื่นคาวโลกีย์โผบินเข้าออกทุกผับ บาร์ ทุกคืนหิ้วเด็กสาวรุ่นราวคราวเหลนกลับเข้าห้องไม่เคยซ้ำหน้า
เฒ่ามาร์คไม่มีภรรยาเป็นตัวเป็นตน แกล้มเหลวในชีวิตสมรสจากอเมริกาบ้านเกิดมาหลายครั้งจึงไม่คิดจะผูกมัดกับผู้หญิงคนไหนอีกง่ายๆ จนกระทั่งได้พบสุดาที่ตลาดภายในชุมชน หลังจากนั้นเสือเฒ่าซ่อนเล็บมักทำทีไปซื้อเสื้อผ้าเพื่อหวังจีบเด็กสาวคราวลูกบ่อยๆ สุดท้ายสุดาตกหลุมพรางได้มอบใจและกายกับชายแก่ ด้วยหวังว่าเฒ่ามาร์คจะเป็นที่พึ่งพายามยากได้
ระยะแรกที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกันอย่างลึกซึ้งก็เหมือนการสูดดมกลิ่นดอกสัตตบรรณในปริมาณเล็กน้อย ระหว่างนั้นความรู้สึกพวกเขาทั้งหอมหวานและเร่าร้อน กระทั่งว่าญาติๆ กล่าวตักเตือน สุดาก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่หล่อนอยากได้ยิน
เฒ่ามาร์คนำพาสุดาไปสู่สถานที่หลายแห่งซึ่งหล่อนไม่เคยไป สอนให้รู้จักกับอบายมุขทุกรูปแบบที่มนุษย์พึงจะไต่เต้าจินตนาการถึง วันหนึ่งแกแนะนำให้หญิงสาวรู้จักกับยาเสพติดชนิดหนึ่ง เพื่อแลกกับหุ่นสวย สุดาจึงจำยอมขายวิญญาณให้ซาตาน เมื่อยานรกควบคุมเหนือสติปัญญา ชีวิตหญิงสาวก็ไม่ต่างกับการตกอยู่ในนรกขุมหนึ่ง ส่วนเฒ่ามาร์คก็ใช่ย่อย แม้สังขารไม่เอื้ออำนวย แต่ยังขยันหายามาโด๊ปสนองตัณหากลับไม่ว่างเว้น บางทีนึกครึ้มอกครึ้มใจ ทั้งคู่ต่างชวนกันล่อยอดหญ้าสวรรค์สนุกสนานกันตลอดทั้งคืน
โลกของสุดาค่อยๆ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตั้งแต่คบหากับพ่อเฒ่านรก หล่อนยกระดับตัวเองเป็นไฮโซ ลงทุนจ้างสาวพม่ามาดูแลร้านขายเสื้อผ้าที่ตลาด ส่วนตัวเองกลางวันนั่งแชทเฟซบุ๊คกับหนุ่มๆ แปลกหน้า พอตกกลางคืนเฒ่ามาร์คจะมารับออกไปตระเวนเที่ยวยังสถานที่อโคจรต่างๆ  เริ่มจากผับ บาร์ ดิสโก้เธค สนุ้กเกอร์คลับภายในชุมชน แล้วเตลิดกันไปถึงพัฒน์พงศ์ นานา บางครั้งเหมาแท็กซี่ไปต่อที่พัทยา สอนให้สุดาใจกล้ากระโดดสู่เวทีเปลือยเรือนร่างสวยไร้ที่ติด้วยสารเสพติดอวดสายตาเพื่อนๆ ฝรั่งด้วยกัน
“นงนุช ไซด์ไลน์” สาววัยย่างสามสิบ ซึ่งบังเอิญรู้จักกับสุดาที่บาร์ในพัทยาได้แนะนำให้เธอมาทดลองขายบริการทางเพศผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต โดยเริ่มจากการเป็นเด็กไซด์ไลน์ พร้อมกับหาสาวๆ ที่สุดารู้จักมาคอยสนองตัณหานักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ยังพเนจรในเรื่องความใคร่ นอกจากจะได้รับเงินค่าตัวแล้ว สุดายังจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการแนะนำสาวๆ อีกด้วย
สุดาตื่นเต้นกับธุรกิจรูปแบบใหม่ เธอเก็บงำความลับไม่บอกกล่าวเฒ่ามาร์ค  พอกลับสู่ชุมชนก็ดำเนินการค้นหาสาวๆ ที่หวังรวยทางลัดเป็นการใหญ่ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมขบวนการฝันหวาน ส่วนมากเป็นเด็กนักศึกษาสาวที่ต้องการหาเงินค่าเทอม หญิงสาวบางรายแต่งงานแล้วแต่หวังนำเงินมาจุนเจือครอบครัวที่กำลังขัดสน นอกจากนี้ยังมีสาวประเภทสองซึ่งมองหาโอกาสใหม่ๆ และโลกที่แตกต่างออกไป
การเป็นสาวไซด์ไลน์ และคอยหาสาวๆ ป้อนฝรั่งที่พัทยาโดยผ่านนงนุช ทำให้สุดามีเงินทองใช้จ่ายไม่ขาดมือ หล่อนจึงเลิกขายเสื้อผ้ากระสอบ แล้วหันมาเอาดีด้านขายบริการทางเพศแทน ทำงานสบายๆ ผ่านเฟซบุ๊ค แค่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีโพสต์ภาพสวยๆ ซึ่งตกแต่งด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และเขียนคำเชิญชวนด้วยถ้อยคำหวานๆ เหล่าผีเสื้อหื่นกระหายต่างแข่งกันเข้ามาคลิกไลค์ พร้อมกับทุ่มเงินเสนอราคาซื้อตัวไม่ต่างจากการประมูลขายสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต
สำหรับสุดามันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม เพราะไม่ต้องเช่าหน้าร้าน หรือนำเงินก้อนโตไปเสี่ยงกับการลงทุนใดๆ และไม่ต้องมานั่งกดดันเรื่องผลกำไร หรือขาดทุนอีกต่อไป หน้าที่หล่อนมีเพียงการบำเรอความใคร่เพศตรงข้ามให้ปีนป่ายไปถึงสวรรค์ ก็เป็นอันสำเร็จลุล่วง
สุดาหลงระเริงบนเส้นทางค้ากามผ่านโลกอินเตอร์เน็ต ไม่ต่างจากการติดยาลดความอ้วน หรือยาบ้า เงินทองที่หาได้ก็หมดไปกับมัน  แต่พอหยุดเสพหล่อนจะรู้สึกง่วงนอนอย่างรุนแรง หงุดหงิดง่ายอย่างไม่มีเหตุผล และอ่อนเพลียจนไม่สามารถออกไปพบลูกค้าได้ ฉะนั้นหล่อนจึงต้องเสพมันราวกับเป็นอาหารประจำวันที่ขาดไม่ได้  เมื่อพิษสารนรกค่อยๆ แทรกซึมสู่กระแสเลือด หญิงสาวก็สามารถทำได้ทุกอย่างแม้แต่การทอดทิ้งจิตวิญญาณของตนเอง
อย่างที่กล่าวเกริ่น ดอกสัตตบรรณหาได้งดงามสะดุดตา หรือมีกลิ่นหอมจรุงใจเป็นพิเศษแต่อย่างใด และการกระหน่ำสูดดมอย่างระห่ำอาจเป็นลมล้มทั้งยืน แต่เฉพาะกับผู้ที่หลงเข้ามาใน “ดรีมซิตี้” เท่านั้น จึงสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของมัน บางทีหนึ่งในนั้นอาจเคยล่วงรู้ถึงพิษสงด้านร้ายกาจ และอาจรู้ลึกลงไปด้วยว่า สัตตบรรณเป็นสมุนไพรสามารถรักษาได้หลายโรค และเป็นโพธิญาณพฤกษาที่พระพุทธเจ้าองค์แรกนาม “พระตัญหังกรพุทธเจ้า” ประทับตรัสรู้ในสมัยพุทธกาล แต่ผู้ยังหลงติดในมิติที่ 3 กลิ่นสัตตบรรณแม้จะเหม็นฉุนเพียงใดกลับเป็นกลิ่นแปลกและเต็มไปด้วยเสน่ห์ลี้ลับ น่าค้นหา ทุกเสี้ยววินาทีเราจึงเห็นหลากหลายชีวิตต่างดิ้นรนปีนป่าย เพื่อหวังดื่มด่ำในรสผัสสะ ทว่าแม้จะพยายามไต่เต้าไปถึงจุดสุดยอดแห่งกิเลสตัณหา แต่พอสูดอัดเต็มที่ สุดท้ายก็ค้นพบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
ระยะหลังเฒ่ามาร์คไม่แวะมาหาสุดาบ่อยเหมือนเช่นเคย เพื่อนๆ หล่อนนินทาให้ฟังกันต่างๆ นานา แกไปหลงติดเด็กสาวนักศึกษา แต่หญิงสาวไม่ยี่หระในข่าวลือนัก เพราะสามารถหาเงินจากการขายบริการทางเพศผ่านอินเทอร์เน็ต รวมทั้งจากค่าคอมมิชชั่นในการเป็นนายหน้าแนะนำสาวๆ ให้ฝรั่ง นอกจากนี้หล่อนยังลักลอบขายยาบ้าให้กับเด็กไซด์ไลน์อย่างลับๆ จึงมีรายได้มากพอที่จะไม่พึ่งเงินจากแฟนชาวอเมริกัน
กลางเดือนพฤศจิกายนในคืนวันหนึ่ง ขณะดอกสัตตบรรณรุ่นที่สองกำลังผลิบานสะพรั่ง หลังอัดบุหรี่คลุกเคล้ายอดหญ้าสวรรค์เข้าไปพอสมควร “มาร์ค พเนจร” ได้เดินตุปัดตุเป๋ไปยังห้องพักสุดาเหมือนคนละเมอ เวลานั้นแกมองเห็นอะไรเป็นสิ่งสวยงามไปหมด แม้แต่กลิ่นดอกสัตตบรรณที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง เฒ่าพเนจรถึงกับสูดอัดเข้าไปเต็มปอด แล้วทำหน้าเคลิบเคลิ้ม นัยน์ตาหวานฉ่ำ พูดพร่ำเหมือนแมวคราง “หอมเหลือเกินหอมเหลือเกิน” จากนั้นก็ลุกขึ้นเต้นรำเหมือนอยู่ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองที่ไหนสักแห่ง แต่พอรุ่งสาง เมื่อสร่างจากฤทธิ์หญ้าอสรพิษ ตาเฒ่ากลับมองเห็นสัตตบรรณแตกต่างจากเคย
“เหม็นฉิบหาย” แกสบถเสียงดัง
“ทุกทียังบอกว่าหอมนี่นา” สุดากล่าวอย่างนึกคลางแคลงใจ
“ที่นี่มันเริ่มสกปรกขึ้นเรื่อยๆ คนเข้ามาอัดกันแน่นเป็นปลากระป๋อง ใกล้จะเหมือนสลัมเข้าไปทุกที
ตาเฒ่ากล่าวราวกับเพิ่งค้นพบสัจธรรม สุดาแย้งขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“จะเป็นสลัมได้ยังไง ในเมื่ออีกไม่นานที่นี่กำลังจะกลายเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งอาเซียน”
อีกฝ่ายหัวเราะก๊ากฟันปลอมแทบร่วง
“อย่าเพิ่งฝันหวานไปคุณเคยเห็นบางประเทศในยุโรปไหมล่ะ ตอนที่ยังไม่รวมกลุ่มเป็นอียู ชีวิตยังเรียบง่าย เศรษฐกิจแม้จะไม่หวือหวาฟู่ฟ่าก็ยังพอมีกินมีใช้ไม่เป็นหนี้ แต่หลังจากรวมกลุ่มเข้ากับอียูเท่านั้นแหละคุณเอ้ย ปัญหาร้อยแปดและหนี้สินไม่รู้มาจากไหน ต่อไปไม่แน่การรวมกลุ่มกันเป็นอาเซียนอาจจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาเหมือนยุโรปก็ได้”
 “ยุโรปกับเอเชียแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวจะเหมือนกันได้ยังไง ถึงเอเชียจะด้อยพัฒนากว่า แต่คุณก็ไม่ควรนำเอามาตรฐานประเทศอื่นมาตัดสินแบบชุ่ยๆ”
สุดากล่าวสวนกลับอย่างไม่พอใจ จากนั้นทั้งคู่ต่างหยิบยกเรื่องไร้สาระขึ้นถกเถียงกันไปมาจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายก็วกเข้าสู่เรื่องส่วนตัว
“พวกเราแตกต่างกันคุณมันสำส่อน! แมลงสาบดีๆ นี่เอง”
ชายชราตะคอกเสียงดัง
“ใช่สิฉันสำส่อน แต่คุณล่ะไม่สำส่อนยิ่งกว่าฉันอีกรึ!
สุดาเองก็โกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า
“ชีวิตไม่ง่ายอย่างที่คิดหรอก  คุณก็เหมือนกับต้นไม้บ้าข้างตึกนั่นแหละ อีกไม่นานก็ตาย เพราะดูดเอาแต่ควันพิษทุกวี่ทุกวัน ที่นี่ไม่มีใครมีความสุขหรอก ถึงพวกเขาจะหัวเราะ แต่ลึกๆ อาจกำลังต่อสู้ดิ้นรนเพื่อไปจากชุมชนบ้าแห่งนี้ก็ได้”
สุดารู้สึกเจ็บหน่วงในอก ถ้อยคำแปลกๆ ของ “มาร์ค พเนจร” กลายเป็นเหมือนหนามแหลมคอยทิ่มแทงใจ และเป็นถ้อยคำปริศนาให้หล่อนขบคิดหาคำตอบอยู่บ่อยๆ กระทั่งเย็นวันหนึ่งปลายเดือนธันวาคม สุดาแหงนหน้ามองต้นสัตตบรรณอย่างพินิจพิจารณา ดอกสัตตบรรณโค้งสุดท้ายกำลังบานสะพรั่ง บางดอกก็เริ่มร่วงโรย ส่วนหนึ่งกลายเป็นฝักเล็กเรียวยาวสีเขียว บางฝักเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และหลายฝักได้ปริแตกเผยให้เห็นขนปุยสีขาวภายใน ยามเมื่อสายลมพัดโบกสะบัด ขนปุยสีขาวเหล่านั้นก็พร้อมจะปลิดปลิวไปทุกหนทุกแห่ง
 หญิงสาวยุคไฮเทคฉุกคิดถึงวิธีการดำเนินชีวิตของตนเป็นครั้งแรก ตลอดมาไม่เคยจัดระเบียบให้กับเส้นทางชีวิตอย่างจริงจัง ได้แต่วาดฝันถึงความสะดวกสบาย อยู่อย่างหรูหราในสังคมเมือง และใช้ชีวิตติดอยู่กับการบริโภคนิยม ทั้งด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร แฟชั่นทันสมัย รวมถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น อาหารขยะ เครื่องสำอางชวนเชื่อ และยาลดความอ้วนที่หล่อนเสพเข้าไปทุกวัน สิ่งเหล่านี้ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิต รวมถึงวิธีคิด จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายเปลี่ยนเป็นยุ่งเหยิงซับซ้อนจนไม่สามารถลำดับความต้องการของตัวเองถูก
 หากคิดไปเส้นทางชีวิตและความปรารถนาของหล่อน ก็คงไม่แตกต่างจากกลิ่นดอกสัตตบรรณนัก ซึ่งจนบัดนี้หญิงสาวยังรู้สึกสับสนจริงๆ แล้วดอกสัตตบรรณมีกลิ่นหอม หรือเหม็นกันแน่ เฉกเช่นปรารถนาลี้ลับที่หยั่งรากลึกภายใน บางครั้งหล่อนต้องการหยุดเสพยา และเลิกอาชีพขายบริการทางเพศ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ทุกครั้งที่คิดยื่นมือไปผลักประตูด้านสว่าง ประตูด้านมืดกลับเปิดขึ้นอย่างท้าทาย สุดาไม่รู้ว่าเส้นทางปรารถนาในชีวิตของคนอื่นๆ เป็นเช่นไรกันแน่ แต่สำหรับหล่อนราวกับว่า ชีวิตยังต้องการลิ้มลองรสหวานแปร่งในความขมปร่าไม่สิ้นสุด
เกือบเดือนกว่าที่ไม่ได้ติดต่อกับ “มาร์ค พเนจร” สำหรับสุดาเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง อาจเป็นเพราะเฒ่ามาร์คเป็นคนแรก ที่หัดจูงมือหล่อนเดินเข้าไปสู่ดินแดนต้องห้าม แต่พอวันหนึ่งเมื่อเหลียวมองไปรอบกายกลับพบตัวเองกำลังเดินโดดเดี่ยวเพียงลำพัง  เหมือนเวลาเด็กเล่นซ่อนหาตอนกลางคืน แม้จะมองดูตื่นเต้น สนุกสนาน แต่ขณะเดียวกันก็สร้างความหวาดหวั่นขึ้นภายในจิตใจ ทำให้เด็กที่ซ่อนตัวในเงามืดต้องการให้ใครสักคนมาพบเข้าโดยเร็ว
หลายครั้งที่สุดาพยายามหักห้ามใจไม่โทรไปง้องอนก่อน และชายชราก็ไม่ยอมโทรมาเช่นกัน ยิ่งเพิ่มความทุกข์ทรมานให้หล่อนมากขึ้นเป็นทวีคูณ พอย่างเดือนที่สอง คืนหนึ่งเฒ่าพเนจรได้โทรมาตัดพ้อต่อว่าหล่อนด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย  “คุณลืมผม
สุดาสะกดกลั้นไม่โพล่งความรู้สึกใดๆ ออกมา แต่ภายในได้แต่กู่ร้องตะโกนดีใจเงียบๆ
“มาที่ห้องผมไหม”  ชายชราถาม
“แล้วแต่คุณ” หญิงสาวแสดงท่าทีเหมือนแมวเชื่อง
 คืนนั้นทั้งสองต่างสูดดมกลิ่นหอมรัญจวนของกันและกันอย่างดูดดื่ม ลืมเรื่องราวบาดหมางในอดีต ดำดิ่งสู่ห้วงสวาทที่ยากจะมีใครเข้าถึง สถานที่ที่พวกเขาไปสู่ไม่มีคำว่าพัฒนากว่า หรือด้อยพัฒนา และแม้แต่ฐานันดรใดๆ เป็นโลกไร้พรหมแดนที่เชื่อมผูกปรารถนาดำมืดของคนสองคนเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียว
“ผมรักคุณผมรักคุณ ตาเฒ่ากระซิบเสียงหวานข้างหู มันเป็นค่ำคืนที่หญิงสาวไม่อาจลืมไปชั่วชีวิต ปรารถนาอันเร้นลับไหลท่วมท้นจนหล่อนไม่เป็นตัวของตัวเอง พยายามสูดอัดเอากลิ่นหอมรัญจวนจากอีกฝ่ายจนสำลัก ตาเฒ่าหัวเราะให้กับท่าทางกระสันเต็มที่นั้นอย่างผู้มีชัย
“คุณจะไปอเมริกากับผมไหมที่รัก”
หัวใจหญิงสาวเต้นตูมตาม “อเมริกา”ที่นั่นคือแดนสวรรค์หรือเปล่าหล่อนไม่อาจรู้ แต่ผู้หญิงหลายคนในชุมชน “ดรีมซิตี้” ต่างใฝ่ฝันอยากไปจนตัวสั่น สำหรับสุดาถ้ามีโอกาสไปเยือน และกอบโกยเงินดอลลาร์ได้เยอะกว่าอยู่เมืองไทย แล้วทำไมหล่อนจะไม่ตอบตกลง
รุ่งขึ้นหญิงสาวระริกระรี้ออกไปป่าวประกาศแก่ใครต่อใครถึงแผนการเดินทางไปอเมริกา หล่อนหวังว่าจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น โดยทิ้งเรื่องฉาวโฉ่ทั้งหลายไว้เบื้องหลัง รวมถึงชุมชนที่กำลังเติบโตสู่เส้นทางอาเซียน ซึ่งนับวันจะกลายเป็นแหล่งมั่วสุมของเหล่าโจร แก๊งมิจฉาชีพต่างชาติค่อยๆ แผ่ขยายไปทั่วชุมชน รวมถึงส่วนต่างๆ ของเมืองใหญ่ โดยฉกฉวยโอกาสช่วงที่รัฐบาลเริ่มประกาศนโยบายเปิดประเทศสู่เส้นทางอาเซียนเป็นบันไดทอง บ้างก็เข้ามาสร้างความวุ่นวาย ปล้นชิงวิ่งราวทรัพย์สินกันอย่างอุกอาจ หลายครั้งที่สุดาได้ยินข่าวมือลึกลับเข้างัดแงะห้องพักภายในคอนโดฯ เพื่อขโมยทรัพย์สิน รวมถึงการฆาตกรรมชาวไทยในชุมชน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับจับมือใครดมไม่ได้ ขนาดเฒ่ามาร์คแฟนหล่อนยังถูกชาวพม่าใจโหดตีท้ายทอยเพื่อชิงเงินแค่หนึ่งร้อยบาท ตอนขากลับจากเที่ยวไนต์คลับ แต่แกก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิดในรุ่งเช้า เมื่อมีคนช่วยนำส่งโรงพยาบาลภายในชุมชน
สุดาไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ความยากลำเข็ญที่เติบโตมาจากครอบครัวชนชั้นล่างได้สอนให้หล่อนรู้จักไขว่คว้าโอกาสโอกาสทองที่จะผ่านเข้ามาในชีวิตเพียงไม่กี่ครั้ง
ก่อนไปอเมริกา หญิงสาวได้เดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่ออำลาครอบครัวเป็นครั้งสุดท้าย แต่พอหวนคืนสู่ชุมชนอีกสามวันถัดมา หล่อนแทบเป็นลมล้มทั้งยืน เมื่อเปิดประตูห้องได้กลิ่นบุหรี่ยัดไส้ยอดหญ้าสวรรค์โชยมาเตะจมูกอย่างจัง ครั้นเลื่อนสายตาไปยังเตียงนอน ก็พบว่าที่สามีชาวอเมริกันนอนแข็งทื่อ ร่างกายไร้อาภรณ์ใดๆ ปกปิด  มือหยิกงอ อ้าปากหวอ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความทุกข์ทรมาน ข้างศพปรากฏห่อหญ้าสวรรค์ และยาเพิ่มขนาดสำหรับอวัยวะเพศชายหล่นกระจัดกระจาย ห่างจากเตียงประมาณหนึ่งเมตร หล่อนพบชุดชั้นในผู้หญิงทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
สุดาทรุดนั่งกับพื้นอย่างสิ้นเรี่ยวแรง วินาทีนั้นนรกได้ฉุดกระชากเธอลงไปอย่างเต็มเหนี่ยว เมื่อกล่องแพนโดราซึ่งเสมือนที่เก็บซ่อนความลับระหว่างความดีกับความชั่วถูกเปิด หญิงสาวจึงเข้าใจความหมายของคำว่า “กลิ่น”
แท้ที่จริงไม่ว่าจะเป็นกลิ่นจากดอกสัตตบรรณ หรือกลิ่นชนิดไหนบนโลก กลิ่นก็มีความหมายเป็นเพียงแค่ “สัญลักษณ์” สำหรับบางคนกลิ่นอาจเปรียบได้กับความทรงจำ โดยมีสถานการณ์ต่างๆ เป็นตัวแปร หรืออาจจะไม่มีความหมายใดๆ เลย เหมือนเส้นทางชีวิตของบางคน ที่ดำเนินไปตามแต่ใจของพวกเขาออกแบบ กำหนดด้วยอารมณ์ และความรู้สึกซึ่งผ่านเข้ามากระทบ ฉะนั้นกลิ่นหลากหลายบนโลกที่จมูกได้สัมผัส สำหรับผู้ยังไม่สามารถแยกแยะ ก็ไม่แตกต่างจากแมลงวันซึ่งไม่อาจระลึก หรือตัดสินได้ว่า อุจจาระนั้นมีกลิ่นหอม หรือเหม็นเพียงใด
สุดาได้แต่หัวเราะอย่างขมขื่น ราวจะเย้ยหยันโลกเน่าๆ ที่เธอสร้างขึ้น แล้วกล่าวเลียนแบบคำพูด “มาร์ค พเนจร” ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนสติแตก “แมลงสาบดีๆ นี่เอง!

หลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมเขย่าขวัญวันนั้น ชาวชุมชน “ดรีมซิตี้” ก็ไม่มีใครพบเห็นสุดาอีกเลย มีข่าวลือต่างๆ นานาสารพัดว่าเธอไปแต่งงานได้ดีกับสามีฝรั่งคนใหม่ที่พัทยา บางคนมโนภาพอย่างสวยหรูให้เธอเดินทางไปท่องเที่ยวรอบโลกด้วยเงินของพ่อเฒ่ามาร์ค พเนจร ส่วนคนที่มีจิตใจริษยาต่างพากันตีไข่ใส่สี ให้เธอป่วยเป็นโรคเอดส์ แล้วหลบหนีหน้าผู้คนกลับไปรักษาตัวที่ต่างจังหวัด แต่หลังจากนั้นไม่นาน เรื่องราว “สุดา ช่างฝัน” กับ “มาร์ค พเนจร” ก็ค่อยๆ ถูกลืมเลือนไปจากชุมชน “ดรีมซิตี้”
ต่อมาห้องเช่าที่พวกเขาเคยพักอาศัยได้รับการตกแต่งใหม่อย่างสวยหรู แล้วถูกถ่ายภาพนำไปโพสต์ลงประกาศขายทางอินเทอร์เน็ต เพียงไม่กี่ชั่วโมงผู้คนต่างแห่เข้ามาคลิกดูเกือบหมื่น บางรายต้องการดูห้องด่วน บางคนใจร้อนอยากได้จนตัวสั่นถึงกับขอโอนเงินครึ่งหนึ่งเพื่อจับจองเป็นเจ้าของ  สุดท้ายเจ้าของห้องตัดสินใจเปิดประมูลขายผ่านเว็บไซต์ คนที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นคนได้ไป ไม่มีใครสนประวัติความเป็นมา สนเพียงแค่จะนำเอาไปสร้างผลกำไรให้ได้มากกว่าเดิมด้วยวิธีไหนเท่านั้นเอง  
ชุมชน “ดรีมซิตี้” กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หนุ่มสาวยุคไฮเทค ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ต่างมุ่งหน้าเข้ามาอาศัยอย่างเนืองแน่น
“ดาว ทอฝัน” และ “ชัย ค้นหา” สามีภรรยาคู่ใหม่รู้สึกราวกับถูกลอตเตอรี่ พอเริ่มทำธุรกิจห้องเช่าครั้งแรก พวกเขาก็ซื้อคอนโดฯ ได้ห้องมุมตกแต่งอย่างสวยหรู แถมยังติดกับลานสัตตบรรณ และข่าวล่ามาแรง อีกไม่นานศูนย์การค้าขนาดใหญ่อันดับหนึ่งในเอเชียกำลังเปิดตัวพร้อมกับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเพื่อต้อนรับการมาเยือนของอาเซียน สมาชิกใหม่เพิ่งย้ายเข้ามาอาศัยต่างตื่นตาตื่นใจกับความสะดวกสบายที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย รวมทั้งโอกาสทองมากมายในอนาคต คำขวัญประจำชุมชนถูกนำเสนอผ่านสื่อต่างๆ ไม่เคยว่างเว้นประตูชัยสู่เส้นทางอาเซียน ....ฝันที่เป็นจริงแห่งโลกไร้พรหมแดน
พอย่างสู่ฤดูหนาวดอกสัตตบรรณกลับมาผลิบานอีกครั้ง ผู้ที่สัมผัสกับกลิ่นสัตตบรรณเป็นครั้งแรกต่างพากันเคลิบเคลิ้มหลงใหล ระริกระรี้แข่งกันสูดอัดกลิ่นที่เต็มไปด้วยความแปลกและลี้ลับใส่ไว้ในห้วงจินตนาการกันอย่างบ้าคลั่งราวกับตกอยู่ในเวทมนตร์….



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น